บทที่ 9 ยังรู้สึก
บางอย่างที่ดิ้นอยู่บนฝ่ามือเล็กของเวลาทำให้ร่างบางที่ตอนแรกมุดหน้าอยู่กับขาของไทม์ไทยเงยขึ้นมองฝ่ามือตัวเอง แต่สิ่งที่ตามมาไม่ใช่เสียงกรีดร้องอย่างที่ควร เพราะตอนนี้ร่างบางกลับนิ่งงันพร้อมร่างกายที่สั่นเกร็งขึ้นมา สั่นจนแม้แต่ไส้เดือนที่ร่วงจากมือเธอลงไปแล้ว แต่เธอก็ยังค้างมือไว้ที่เดิมแบบนั้นไม่เปลี่ยน
“เวลา เวลา!” ไม่ใช่ไทม์ไทยหรอกที่เรียกเวลาที่ตอนนี้เรียกได้ว่าช็อกไปแล้ว แต่กลับเป็นจักรที่อยู่ที่นี่ด้วยตั้งแต่แรกต่างหากเป็นฝ่ายเรียกสติหญิงสาวขึ้นแทน
“.....” แต่ตอนนี้เวลาเรียกได้ว่าช็อกไปแล้วจริงๆ ช็อกจนนิ่งไปไม่ขยับแม้แต่น้อย
พรึ่บ! สุดท้ายจักรก็ทนไม่ไหวจึงเลือกจะทำนอกเหนือคำสั่งเจ้านาย โดยการเข้ามาช้อนร่างบางของเวลาขึ้นอุ้มท่าเจ้าสาวกลับไปยังกระท่อมของเธอแทน
ส่วนไทม์ไทยก็ไม่ได้ห้ามหรือว่าอะไรนอกจากยืนมองตามหลังจักรออกไปด้วยสายตานิ่งเรียบ จนชาวบ้านไม่มีใครกล้าพูดหรือส่งเสียงอะไร
มาหยาที่ตามจักรมาก็รีบหาผ้ามาเช็ดตัวให้กับเวลาอย่างรีบร้อนโดยไม่ลืมเอ่ยเรียกสติร่างบางที่ตอนนี้ยังคงเอาแต่นิ่งไม่พูดไม่จาหรือตอบสนองอะไร ร่างกายของเธอถูกยกขึ้นลงตามแรงของมาหยาที่เช็ดตัวให้
“เวลา ได้ยินฉันไหม เวลา” มาหยาเรียกเวลาขึ้นไม่หยุด เธอไม่เคยเห็นคนมีอาการแบบนี้มาก่อนมันทำให้เธอรู้สึกกลัวไม่น้อยเหมือนกัน
“ขอโทษนะเวลา” จักรพูดขึ้น
และ...
เพี๊ยะ ฝ่ามือใหญ่ของจักรตบหน้าเวลาไม่เบาไม่แรงหนักเพื่อเป็นการปลุกเธอให้ตื่นจากภวังค์ความกลัวพวกนั้น และมันก็ได้ผล
“กรี๊ดด!!!” ร่างบางกรีดร้องออกมาก่อนจะสะดุ้งลุกขึ้นพร้อมน้ำตาที่ไหลพรากราวเขื่อนแตก
เธอเอาแต่ถูมือตัวเองข้างที่ไทม์ไทยวางสัตว์ตัวนั้นลงมา ถูไม่หยุดทั้งที่มันแดงเถือกไปหมดแล้ว ทั้งถูทั้งหยิกมันไม่หยุด
“ฉันล้างมันให้แล้ว ล้างออกไปแล้ว” มาหยาที่เห็นแบบนั้นก็รีบบอกให้หญิงสาวได้รู้ตัว
“ฮือออ!!!” แต่ร่างบางกลับไม่ได้ฟังสิ่งที่มาหยาพูดเลยสักนิด ยังคงพยายามถูมือตัวเองแบบนั้นไม่หยุด เธอทั้งเกลียดทั้งกลัวทั้งขยะแขยงมันมาก มากชนิดที่เธอไม่กล้าจะเข้าใกล้ด้วยซ้ำ มันเลยทำให้อาการเธอหนักแบบนี้
มาหยาและจักรได้แต่หันหน้ามองกันอย่างทำอะไรไม่และสงสารหญิงสาวตรงหน้า พร้อมกับความคิดที่ว่าอย่าดูถูกความกลัวของใครเด็ดขาด เพราะบางสิ่งที่เราไม่กลัวแต่คนอื่นอาจจะกลัว กลัวเหมือนกับเวลาเรากลัวในสิ่งที่เรากลัวนั่นแหละ ต่อให้สิ่งนั้นอาจจะดูเล็กน้อยสำหรับเราแต่มันอาจจะเป็นเรื่องใหญ่ของคนอื่น และไม่ควรเอาความกลัวของใครมาแกล้งคนๆ นั้นอย่างที่ไทม์ไทยทำ
และหลังจากที่เวลาได้สติกลับมาเธอก็แต่นั่งซึมไม่พูดไม่ออกไปไหนอีกเลย มื้อเย็นที่มาหยาเรียกไปกินข้าวเธอก็ไม่ออกไป จนตกกลางคืนที่ทุกคนต่างแยกย้ายกันนอนหมดแล้วแม้แต่เวลาเองก็เช่นกัน
และแน่นอนว่าการที่เราได้เผชิญหน้ากับสิ่งที่เรากลัวจนมันสร้างแผลในใจให้เรา มันย่อมทำให้เราฝันร้ายได้อย่างง่ายดาย
ร่างบางนอนส่ายหัวไปมาไม่หยุดพร้อมน้ำตาที่ไหลออกทางหางตาเป็นทาง ร่างกายที่นอนเกร็งเหมือนไม่อยากหลับแต่กลับลืมตาไม่ขึ้น มือกำชายผ้าห่มไว้แน่นบ่งบอกถึงความกลัวในฝันร้ายนั่น ถ้าใครมาเห็นเธอตอนนี้คงคิดว่าเธอถูกผีอำไปแล้วก็ได้ และเรื่องนี้ไม่มีใครรู้ได้ว่าอาการของเวลาจะเป็นแบบนี้หลังจากเจอเรื่องที่เธอกลัว
นอกจาก...
ร่างสูงของไทม์ไทยยืนมองเวลาที่กำลังฝันร้ายผ่านแสงไฟจากตะเกียงข้างๆ นิ่งเหมือนไม่ได้รู้สึกกับสิ่งที่เห็นและเกิดขึ้นตรงหน้า แต่ถ้าเขาไม่สนใจจริงๆ เขาจะมาหาเธอดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้เพื่ออะไร ทั้งที่เขาก็รู้อยู่แล้วว่าเธอจะเป็นแบบนี้ ถ้าไม่รู้สึกอะไรสักอย่างเขาจะยอมเดินมาถึงนี่ทำไมกัน
“ฉันก็แค่ไม่อยากให้เธอช็อกตายที่เกาะฉันแค่นั้น” ไทม์ไทยพูดขึ้นก่อนจะเดินเข้าไปนั่งข้างๆ เวลาแล้วแกะมือเธอมากุมไว้ โดยที่ร่างบางรีบกุมมือของเขาไว้แน่นเหมือนกับได้เจอที่พึ่งพิง
และไม่นานร่างบางของเวลาก็ค่อยๆ คลายความเกร็งลง คิ้วที่เคยขมวดแน่นก็เริ่มคลายตาม น้ำตาที่เคยไหลไม่หยุดตอนนี้เหลือเพียงแค่คราบจากรอยเก่าไปแล้ว สุดท้ายร่างบางที่ฝันร้ายในตอนแรกก็กลับมาเป็นปกติอีกครั้งโดยมีไทม์ไทยนั่งให้เธอกุมมืออยู่ข้างๆ เงียบๆ และจ้องมองเธอด้วยสายตาเรียบนิ่งไม่เปลี่ยน
แต่เพราะเวลาจับมือไทม์ไทยไว้แน่นไม่ยอมปล่อย บวกกับตอนนี้มันก็ดึกมากแล้ว ร่างสูงที่ควรนอนอยู่บนเตียงของตัวเองตั้งแต่สองชั่วโมงที่แล้วแต่กลับต้องมานั่งอยู่บนฝูกพับแข็งๆ แทน มันย่อมทำให้เขาง่วงได้ไม่ต่างกัน
สุดท้ายไทม์ไทยที่คิดว่าจะหาท่าให้ตัวเองสบายแล้วรอเวลากลับบ้านของเขาไปคืน ก็ได้หลับไปข้างๆ เวลาอย่างไม่รู้ตัวไปแล้ว
เวลาเช้าของวันที่สองร่างชายหญิงนอนกอดก่ายซุกตัวเข้าหากันจนเหมือนคู่รัก สร้างความตกใจให้กับมาหยาที่ตั้งใจมาปลุกเวลาได้ไม่น้อย แต่เธอก็เลือกจะปิดประตูเดินออกไปเงียบๆ เพียงแต่เวลาที่ได้นอนเต็มอิ่มกลับรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาโดยไม่ต้องมีใครมาปลุกก่อนจะเห็นแผงอกแกร่งพร้อมกลิ่นกายที่เธอรู้สึกคุ้นๆ
ร่างแกร่งของชายหนุ่มที่นอนกอดเธออยู่ตอนนี้มันไม่ได้ทำให้เวลาสะดุ้งลุกขึ้นเหมือนครั้งที่แล้วที่แค่มีชายหนุ่มนอนข้างๆ โดยไม่ได้กอดก่ายแบบนี้เลยด้วยซ้ำ ร่างบางเงยหน้าไปมองผู้ชายที่นอนอยู่ข้างๆ ก่อนจะเห็นหน้าคมของใครบางคนที่เธอจำทุกอย่างของเขาได้แม่น พร้อมกับหัวใจดวงน้อยของเธอที่เต้นระรัวขึ้นอีกครั้ง
ความโหยหา ความคิดถึง และความอบอุ่น มันทำให้เวลาเลือกจะกระชับกอดไทม์ไทยแน่นขึ้น ก่อนจะซุกหน้าเข้าไปในแผงอกแกร่งของเขาอีกครั้งพร้อมกับหลับตาซึมซับความรู้สึกมากมายของเธอที่ไหลย้อนกลับมาอีกครั้ง และเธอก็อยากหยุดเวลาไว้ตรงนี้ตลอดไป
แต่เพราะเวลากระชับกอดไทม์ไทยแน่นเกินไป แน่นจนเขาเริ่มรู้สึกตัวก่อนจะตื่นขึ้นมาในที่สุดและได้เห็นว่าตัวเองกำลังนอนกอดอยู่กับเวลา และเวลาก็กอดเขาเช่นกัน นั่นทำให้ร่างสูงผลักร่างบางออกห่างจากตัวทันที
“เมื่อคืนไม่เห็นผลักแบบนี้” เวลาลืมตาขึ้นไปมองไทม์ไทยก่อนจะพูดขึ้นอย่างเหน็บแนมในสิ่งที่เขาทำ
“.....” ไทม์ไทยไม่ได้ตอบอะไรเลือกจะลุกจากที่นอนเพื่อกลับบ้านของเขา แต่เวลาก็รั้งเขาไว้ด้วยคำพูด
“ไหนบอกว่าจำไม่ได้ว่าเวลากลัวอะไร ถ้าจำไม่ได้แล้วทำไมพี่มานอนอยู่ที่นี่” เวลาถามขึ้นด้วยความอยากรู้ การที่เขามานอนอยู่กับเธอที่นี่ก็ชัดแล้วไม่ใช่เหรอว่าเขาจำได้ว่าเธอกลัวอะไร และจำได้ว่าถ้าเธอเจอเรื่องที่กลัวเธอจะฝันร้ายแค่ไหน
“ฉันแค่จะมาดูสภาพของเธอ แต่ถูกเธอดึงไว้จนเผลอหลับไปก็แค่นั้น!” เสียงเข้มตอบกลับมาอย่างเสแสร้ง
“พี่สู้แรงเวลาไม่ได้เลยงั้นสิ” เธอดึงเขาไว้เหรอ ถ้าเขาอยากจะดึงตัวเองกลับไปคืนมันไม่ได้ยากเกินความสามารถของเขาหรอก
“ก็บอกว่าเผลอหลับไงวะ!” ไทม์ไทยตะคอกขึ้นอย่างไม่พอใจกับความได้ใจของเธอ
แต่...
“พี่ยังรู้สึกกับเวลาอยู่ใช่ไหม” เวลาถามสิ่งที่อยากรู้ออกไป แม้ว่าที่ผ่านมาเขาไม่ได้มีท่าทีว่ายังรู้สึกอะไรกับเธออยู่ แต่เธอก็ยังหวังว่าเขาจะรู้สึกมันกับเธออยู่บ้าง เธอไม่เชื่อว่าคนเคยรักกันจะลืมกันได้ลงจริงๆ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เธอก็เชื่อว่ามันไม่มีทางลืมได้ เหมือนที่เธอไม่เคยลืมเขา
ใช่ เธอกับเขาเคยคบกัน เคยเป็นแฟนกันมาก่อน และเราเคยรักกันมาก เพียงแต่ตอนนั้นเราอาจจะเด็กเกินไปจนยังไม่เข้าใจความรักดีพอ สุดท้ายมันก็เลยทำให้ความรักของเราจบลง จบลงเพราะเธอ...
“อย่าสำคัญตัวเองไปหน่อยเลยเวลา ฉันมีผู้หญิงที่รักและดีอย่างมิลินอยู่ข้างๆ เธอคิดว่าฉันจะจำผู้หญิงอย่างเธออยู่งั้นเหรอ” ไทม์ไทยตอบกลับเสียงเรียบนิ่งไร้ซึ่งเยื่อใยและความหวังของเวลา
“ถ้าไม่รู้สึกอะไร ทำไมพี่ยังจำเรื่องของเวลาได้จนต้องมาหาเวลาแบบนี้ ถ้าพี่ไม่รู้สึกอะไรกับเวลาจริงๆ พี่จะสนใจทำไมว่าเวลาจะเป็นยังไง” เวลายังคงไม่เชื่อหรือหลอกตัวเองอยู่ก็ไม่รู้ เธอเลยยังพยายามเถียงออกไปไม่หยุด
“ฉันไม่อยากให้เธอมาตายที่เกาะของฉัน” นั่นเป็นเหตุผลสำคัญ
“คำตอบไม่หลอกเด็กไปหน่อยเหรอ” ไม่อยากให้ใครตายบนเกาะเขางั้นเหรอ เขาให้คนอื่นมาดูเธอแทนก็ได้ มาหยาไง ทำไมเขาไม่ให้มาหยามานอนเป็นเพื่อนเธอแทนล่ะ ทำไมต้องลงทุนมานอนกับเธอด้วยตัวเองแบบนี้
“เธอฟังฉันให้ดีๆ นะเวลา ฉันรักมิลิน มิลินคือผู้หญิงที่ฉันจะแต่งงานด้วยทันทีที่มิลินเรียนจบ ส่วนอดีตของฉัน ฉันไม่ได้สนใจหรือรู้สึกอะไรกับมันแล้ว ไม่เลยสักนิด” ไทม์ไทยพูดพร้อมกับมองเวลาด้วยสายตานิ่งเรียบเพื่อสื่อให้เธอเข้าใจว่าเขาไม่รู้สึกอะไรกับเธอแล้วจริงๆ
“แล้วถ้าเวลาไม่เชื่อ” ทำไมเธอจะไม่จุกกับคำพูดของเขา แต่เธอก็ยังอยากหลอกตัวเองว่าสิ่งที่เขาพูดเป็นแค่เรื่องโกหก
“เธอจะเชื่อหรือไม่ก็เรื่องของเธอ เพราะสำหรับฉันเธอไม่ได้มีค่าหรืออยู่ในสายตาของฉันเลยสักนิด ที่ฉันดึงเธอเข้ามาในชีวิตอีกครั้งมันก็แค่เครื่องมือแก้แค้นเท่านั้น!”
